ถึง โอซาก้า ภาคบทเรียน
posted on 26 May 2009 21:44 by boboba555คำเตือน เอนทรี่นี้ยังคงยาวเช่นเดิม
วันนี้ไปเกียวโตกันค่ะ ออกจากโอซาก้าสายอยู่เหมือนกัน.. ประมาณสิบเอ็ดโมงได้มั้ง
ถ้าใครอยากเที่ยวเกียวโตแบบครบสูตรหน่อย ก็ออกจากที่พักเร็วๆดีกว่าค่ะ
เพราะรถไฟมีตั้งแต่ตี5กว่า!!! คำนวนยังไงก็ได้ให้ไปถึงที่หมายสัก11โมงกำลังดีค่ะ
มาดูเส้นทางกันดีกว่า... หลังจากได้ซื้อตั๋ว JR-WEST RAIL PASS ที่บอกไปในเอนทรี่ที่แล้ว
ก็ใช้ตั๋วนั่นแหละค่ะพาเราไปยังเกียวโต
ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนของโอซาก้า จงไปสถานีรถไฟJR สถานี大阪OSAKA ให้ได้ค่ะ มันอยู่บนเส้นJR大阪環状線 JR OSAKA LOOP LINE น่ะ
หลังจากผ่านด่านสับรางกันให้วุ่นแล้ว มาถึงสถานี大阪OSAKAแล้ว
ก็มองหาป้ายที่เขียนว่า JR KYOUTO JR京都線 ให้ได้ค่ะ ถ้าไม่เจอก็..ลงจากชานชาลา แล้วค่อยมองป้ายชานชาลาเบอร์อื่นค่ะ
พอเจอแล้วก็ไปรอรถไฟกันดีกว่า ระหว่างรอลองดูตัวไฟวิ่งๆด้วยว่าขบวนต่อไปจะไปไหน
เพราะบางทีมันเส้นเดียวกันแต่ก็ไม่ได้ลงที่สถานีที่เราต้องการค่ะ
แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าไปเกียวโตก็ง่ายมากค่ะ เพราะรถไฟจะเขียนว่าเลยว่า 京都 KYOUTO
ก็นั่งไปเถอะค่ะ นานเหมือนกันกว่าจะถึง หลับได้สักตื่นนึงเลย เพราะจอดหลายสถานีมากกกกก
พอถึงก็ขึ้นบันไดหาทางออกค่ะ ไปออกประตูใหญ่ดีสุดนะ ทางออกเขียนว่า 中央出口 น่ะ
และนี่คือหน้าตาสถานีเกียวโตค่ะ
จริงๆถึงตั้งแต่กลางวันแล้วแต่ลืมถ่าย มัวแต่ตื่นตาตื่นใจ ฮ่าๆ
พอถึงแล้วก็ไปซื้อตั๋วรถเมล์ค่ะ อยู่ใกล้ๆกันนี่เอง พอออกมาแล้วมองไปทางขวาก็จะเจอค่ะ
เข้าไปขอซื้อONE DAY PASS 500เยน นั่งได้ทั่วทั้งเมืองเลย!!! คุ้มมากกกก
อย่าลืมขอแผนที่มาด้วยนะ อยากไปไหนก่อนก็ดูป้ายนั่นแหละตามสถานที่นั้นๆเลย
ถ้าสูตรรวบรัดอย่างโบ้ก็ไป คินคะคุจิ金閣寺 นั่งรถเมล์ไป..ไกลอยู่เหมือนกัน
ไม่ต้องกลัว รถเมล์มีป้ายไฟบอกป้ายต่อไปเหมือนกัน
ถ้าเป็นสถานีหลักๆก็จะมีปรากาศเป็นภาษาอังกฤษด้วย ฟังดีๆ
พอจะลง ให้กดปุ่มไฟสีแดงๆเขียนว่าとまります ถ้ามีคนกดไปแล้วก็ไม่ต้องนะจ้ะ
พอลงจากรถเมล์ให้เดินไปทางซ้ายจะเจอป้ายบอกทาง แล้วก็เดินไปทางขวาจนเจอทางเข้านั่นแหละ
แผ่นที่วัด...ที่ไม่มีแม้แต่ฟุริคานะ!! อย่าหวังถึงภาษาอังกฤษ ฮ่าๆ ถ้าเห็นป้ายนี้แล้ว เราอยู่ตรงที่มีสีแดงน่ะค่ะ
เดินต่อไปก็จะเจอทีซื้อตั๋ว ผู้ใหญ่ ค่าเข้าชม คนละ 400 เยน ของเด็ก..จำไม่ได้ ฮ่าๆๆ
ที่นี่เขาว่าเป็นที่พำนักของโชกุนสมัยก่อนน่ะ เป็นที่รู้จักในนามวัดอิคคิวซังด้วยนะ
มุมยอดฮิต
พอเดินต่อไปก็จะเจอร้านขายของที่ระลึก แต่เขาห้ามถ่ายรูปอ่ะ ขายพวกเครื่องรางต่างๆ
เคยซื้อกลับไปตอนประมาณม.5ม.6 ซื้อเรื่องการเรียนไป ก็คิดว่าได้ผล..นะ ฮ่าๆๆๆ อยากรู้ต้องลอง
ในฤดูใบไม้ผลิ นักท่องเที่ยวก็จะได้ดื่นด่ำกับความเขียวชะอุ่มของต้นไม้ใบหญ้าและมอส....
ถ้าช่วงใบไม้เปลี่ยนสีราวๆเดือนพฤศจิกายน ก็จะได้อารมณ์ไปอีกแบบ คิดว่าน่าจะสวยกว่าฤดูใบไม้ผลินะ แล้วแต่ชอบๆ
พอเดินจนหมดมาถึงถ้าออก อย่าลืมแวะกิน!!!! ((กินอีกและโบ้))ถึงทางออกแล้วชะแล่บไปทางแยกทางขวาแป็บนึง
มีที่นั่งพักกินดังโงะหรือซอฟครีมตามสบาย...ถ้ามีเวลาละก็นะ
แต่ด้วยวามที่เวลามีจำกัด ก็เลยซื้อดังโงะชากับชอคโกแลตมาลองกิน
อร่อยไม่หยอกนะครับพี่น้องงงง สำหรับคนที่ชอบขนมหนึบหนับอย่างโมจิละก็ รับรองถูกใจ
รสช็อกโกแลตที่เห็น แค่เอาดังโงะมาเคลือบช็อกโกแลตเท่านั้นแหละ ฮ่าๆ แต่ก็อร่อยดีนะ ต้องรีบกินนิดนึง ช็อกโกแลตละลายเร็วมาก
ส่วนรสชาก็รสชาจริงๆนะ อร่อยๆๆๆ
ที่ร้านมีอีกรสคือ งาดำ เอางาดำบดมาราดบนดังโงะนี่แหละ มีสองแบบคือแบบธรรมดา กับแบบมีผงทอง(-_-")
ต่อไปก็นั่งรถเมลไปเปลี่ยนที่BUS TERMINAL バスターミナル ไปเป็นรถเมล์สายที่ไป วัดคิโยมิสุ 清水寺
นี่ก็ไกลพอสมควร
พอรถจากรถเมล์จะป๊ะป้ายบอกทางทันทีเลย ก็เดินไปตามทางนั่นแหละ
จะต้องเดินขึ้นเนินสูงไปเรื่อยๆ เหนื่อยเอาการ ขึ้นอยู่กับสังขารของแต่ละคนนะ
สองข้างทางก็จะไปร้านรวงมากมายนะ เชิญชมได้ตามอัธยาศัย
ถ้ามาถึงเร็วมากสักบ่ายๆไรงี้ ก็ยังไม่ต้องแวะก็ได้
แต่ถ้ามาถึงเย็นๆแล้วขอบอกให้แวะซะเลย เพราะร้านพวกนี้ปิดเร็วอยู่อ่ะ สัก5-6โมงก็เริ่มปิดกันแล้วล่ะ
อยากกินขนมอะไรก็ซื้อกินซะเลย เพราะวัดเปิดถึง6 โมงแน่ะ
และเรื่องกิน..ไม่มีพลาดฟาดมาแนะนำกันเช่นเคย
อันนี้ร้านเครป อร่อยได้ใจ พิซซ่าทูน่า(ซึนะพิซ่ะ(ฮา)) อร่อยยยย มีทั้งคาวและหวานตามใจชอบเลย
มีไอติมขายด้วย อีกข้างเป็นร้านขายคิตตี้..มีแต่คิตตี้จริงๆ
หาร้านซาลาเปารูปนี้ให้ได้นะ ไม่ไกลจากร้านเครปหรอก ถ้าเดินจากร้านเครปลงมาผ่านห้องน้ำจะเจอร้านนี้พอดี
สั่งไอติมน้ำแข็งนี่ซะ มันนุ่มมมมมมมมมมมมมมมมมมเหนียวเย็นอร่อยมากเลย 400เยน
มีรสนม(ข้น) มะม่วง แล้วก็สตรอเบอร์รี่ เขาให้เยอะอยู่นะ ในรูปนั่นโดนไปกินไปครึ่งนึงแล้วเพิ่งนึกได้..ฮ่าๆๆ
เมื่อวานเป็นแมว วันนี้เป็นเด็กฝรั่ง พรุ่งนี้จะเป็นไรดี? ฮ่าๆ
เด็กสองคนนี้น่ารักมากกกกๆๆๆเลย ตอนแรกคนน้องกำลังงอแงและ
พอเข้าไปขอถ่ายรูป น้องก็ยิ้มอย่างที่เห็น(ให้อีกกล้องนึง)เลย เลิกงอแงทันที
สรุปว่าหนูบ้ากล้องแต่เด็ก.. ฮ่าๆๆๆ คนพี่ก็น่ารักกกกกก บ้ายบายอยู่นั่น ฮ่าๆ
มาดูวัดกันบ้าง เขาบอกว่าวันไหนอากาศเป็นใจจะมองเห็นเกียวโตทาวเวอร์
พอเดินไปอีกฝากก็จะได้ดู เสาที่ไม่ใช้ตะปูสักตัวเหมือนบ้านไทยของเรานี่แหละ จำไม่ได้แล้วเขาเรียกว่าไรกัน
ระหว่างทางจะมีบ่อน้ำให้ตัก อย่าไปกินนะ เขาห้าม ฮ่าๆ อยากกินต้องอันนี้เท่านั้น
เนื่องจากจำไม่ได้ว่าสายไหนเป็นอันไหน เลยกินมันทั้งสามสายซะเลย ถ้าคนเยอะๆทำไม่ได้นะเนี่ย
ไปเสี่ยงเซียมสีมาด้วยล่ะ ร้อยเยน(ทำไปได้...) เสี่ยงไปอ่านก็แปลไม่ออก
แต่เท่าที่ดูคันจิที่รู้เรื่อง...ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่..ยังไงก็ผูกไว้ดีกว่าถ้าจะต้องพกโชคร้ายติดตัวเนอะ
((ทำไมต้องโฟกัสด้านหลัง??? ไม่มีคำตอบครับพี่น้อง...))
ตอนไปถึงมันเย็นแล้ว ตรงหินคู่รักเขาปิดตั้งแต่ห้าโมงก็เลยไม่ได้ขึ้นไปแถวนั้นเลยอ่ะ...
อย่างที่บอกว่าวันนี้ไม่มีเวลา มือเที่ยงของทุกคนก็เลยมีแค่ขนมปังที่ซื้อที่ร้านในอิเซตันใต้ดินข้างสถานี
กินกันระหว่างทางแล้วก็ยอดตู้กดน้ำเอา
อิ่มอยู่นะขนมปังคาโบนาร่ากับขนมปังผัมโขม(บวกดังโงะ กับไอติมน้ำแข็งและเครป... (-。。-))
ประหยัดไปเหมือนกันนะ ไม่ต้องเสียเวลาเที่ยวด้วยนี่แหละข้อดี
ถ้าชอบผ้าเช็ดหน้าก็ซื้อได้ที่นี่เลยสวยมากกกก ราคาก็ประมาณผืนละ 500เยน
บางร้านก็ต้องซื้อสองผืนถึงจะเหลือผืนละห้าร้อยก็มี
วันนี้เลยซื้อไปอย่างบ้าระห่ำมากกก ฮ่าๆๆๆ ไม่ได้ซื้อมานาน.. ทั้งๆที่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ตอนอยู่ม.
แต่ก็ไม่แน่ แก่กว่านี้อาจได้ใช้ก็ได้เนอะ
พอเดินนนนนนนมาจนเมื่อยตุ้มปวดตัวไปหมด ก็เลยไปกินข้าวเย็นกันดีกว่า
น้าๆทุกคน ยังคงอยากกินร้านนั่งเคาท์เตอร์เหมือนเดิม ตอนแรกว่าจะไปเดินที่กิอง
แต่พอลงรถดันเดินไปผิดทางเลยไปเจอร้านโซบะเล็กบ้านๆร้านนึง ก็เออ เอาร้านนี้แหละ
เข้าไปห้าคน สั่งอยู่สองอย่าง ลุงแกตอนรับออเดอร์ก็ถามซ้ำแหละว่าสองที่หรอ ไอเราก็ตอบไป ค่ะ
พอดีน้าๆแบบว่าอยากชิมเฉยๆแล้วค่อยไปกินต่อที่กิองไรงี้
ระหว่างรอน้าๆเค้าก็เอาของกินที่ซื้อมาวันนี้มากินบ้าง ตอนแรกก็ไม่ได้อะไรหรอก
จนกระทั่งคุณป้าเมียของลุงแกออกมานี่สิ
คุณป้าออกมาเจอกับโต๊ะของเราก็ทำหน้านอยๆเห็นๆแต่ไม่ได้พูดอะไร แล้วก็คุยกับลูกค้าอีกคนที่นั่งเคาท์เตอร์
ว่าแบบอะไรเนี่ยมากินอย่างอื่นในร้านได้ไงเสียมารยาทจริงๆ ไรงี้ ใหญ่โตเอาเรื่อง..
พอบอกน้าๆไปว่าป้าแกพูดไรบ้าง ก็เลยจ๋อยเก็บไปพอดีกับที่สั่งไว้มาพอดี
ป้าแกเป็นคนยกมาให้ แล้วด้วยเหตุอันใดจำไม่ได้ ทำให้แกรู้ว่าโบ้ฟังรู้เรื่อง
ป้าแกเลยเอาใหญ่...อบรมสั่งสอนซะเต็มที่ จะว่าบอกว่าด่าก็แรงไป อบรมสั่งสอนนี่แหละอารมณ์นั้น
ป้าแกบอกว่าทำอย่างงี้ไม่ได้นะ ที่นี่เขาถือว่าเป็นเรื่องเสียมารยาทมาก คนนึงสั่งมาก็กินไป คนที่ไม่กินก็ไม่กินไป
จะมาสั่งมาแล้วแบ่งกันอย่างงี้ไม่ได้นะ แล้วอย่าทำอีกนะ ห้ามไปทำที่ร้านอื่นอีก ประมาณนั้น
งานเข้า...ข้าพเจ้าเป็นคนเดียวที่ฟังรู้เรื่อง...อ่วมค่ะอ่วม โดนรับไปเต็มๆ......ก่อนจะบอกพวกน้าๆต่อว่าป้าแกพูดว่าไรบ้าง
เป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่จริงๆ...ขอบคุณนะคะ....((น้ำตาไหลพราก))
แต่ก็คิดว่าดีเหมือนกัน ถ้าไม่เจอแก คาดว่าคงจะทำแบบนี้กันอีก...
ขากลับ เพื่อนน้าทำตั๋วอันนั้นหาย!!!!
งานเข้าจริง เพราะมันซื้อใหม่ไม่ได้! อันนี้งง ไม่ทราบว่าทำไม แต่จะถามเหตุผลไป ก็คงจะฟังไม่รู้เรื่องอยู่ดี..ยังโง่เกิน
ก็เลยจะลองไปซื้อใหม่ที่สนามบินดู เหมือนคนที่นี่ก็เอ๋อๆอึ้งๆกับการซื้อตั๋วแบบนี้ที่นี้เหมือนกันละมั้ง...
แบบว่าในเมืองคงไม่มีใครซื้อกันอยู่แล้วล่ะ ก็เลยซื้อแบบสอดบัตรเอาไปก่อน เกียวโตกลับถึงฮิเนโนะ 1380เยน ถ้าจำไม่ผิด
ที่นี่พอจะขึ้นรถไฟก็เอ๋ออีก หา大阪ก่อนเลยเพราะต้องไปเปลี่ยนรถที่นั่น
เห็นและเบอเจ็ด ขึ้นไปไม่เห็นมีใครสักคน.. ซวยแล้ว แต่ก็เห็นๆอยู่ ว่าเป็นรถด่วนไปโอซาก้าถึงจะช้าหน่อย
ก็นั่งรอ...สักพักเริ่มไม่แน่ใจ ไม่เห็นมีมนุษย์เดินขึ้นมาสักคน
ก็เลยไปถามนายสถานีเลยดีกว่า พอถาม เขาก็จิ้มเครื่องคิดเลขเบอห้าตอบมา...
พอขึ้นไปชานชาลาห้า เขียนว่าไป ฮิเมจิ พอคิดดูดีๆ...ไปฮิเมจิมันต้องผ่านโอซาก้านี่นา...
ตึงงงงงงงง
อยากจะสลบเพราะความโง่ในกมลสันดาน...
สุดท้ายก็รอดกลับมาถึงโรงแรมจนได้
เป็นบทเรียนอีกบทว่าดูสายรถไฟ อย่าดูแค่ปลายทางที่เราจะไป ดูไปให้มันสุดสายเลยนั่นแหละ...
ถ้าไม่ชัวร์ก็ไม่ต้องอวดเก่ง ถามซะนายสถานีน่ะ ถึงจะมีดีบ้างนอยบ้าง ก็ถามไปเถอะ
จากเอนทรี่ที่แล้วลืมเล่าให้ฟัง เรื่องตรวจพาสปอร์ต
เดี๋ยวนี้ต.ม.ญี่ปุ่นเขามีตรวจแบบชีวภาพอะไรนั่นด้วยล่ะะะะะ
โดยใช้สองนิ้วชี้ของเราแตะบนเครื่องตรวจลายนิ้วมือ แล้วก็เครื่องถ่ายรูปมาแบบยิ่งใหญ่
มีจงมีจอให้ใหญ่โต ถ่ายเสร็จมีขึ้นภาษาไทยว่า ยินดีต้อนรับ ไรงี้ด้วยยย วุ้ว ฉลาดล้ำจริงๆ
ขอลาไปนอนล่ะ
edit @ 27 May 2009 23:12:24 by BOBOBA555














http://ciel.namom.net
http://www.honeybee-cd.com/starry_sky.html




เอ็นทรี่งวดนี้เค้ายาวจริงนะเนี่ย
ว่าแต่รูปที่คิโยมิซึเดระไมคนดูร้างๆหว่า
ตอนพี่สาวไปคนนี่อัดแน่นกัน
ตัวยิ่งสูงๆอยู่อ่านะ ถ่ายรูปชัดดดเหลือเกิ๊นน -*-
มีเวลาก็อย่าลืมแวะไปฟุชิมิอินาริเน้อ
เที่ยว และ กิ น เผื่อด้วยยนะ
ดราก้อนบอลแห่งความพยายาม
#1 By ★ROKUJOU★ on 2009-05-27 21:39