ถึง ไหนไม่รู้

posted on 28 Nov 2009 23:32 by boboba555

21ปีมา...1อาทิตย์แล้ว...

แล้วก็มาตระหนักได้ว่าชีวิตผ่านไป21ปีแล้ว...

ชีวิตเปล่าๆปลี้ๆ(?) ผ่านไป21ปีแล้ว

โสดมา21ปีแล้ว...และคาดว่าต่อไปก็เช่นกัน

ก็อดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

อนุบาล1ปี

ตอนอยู่กับคุณตาคุณยาย จำไม่ได้ว่าสหหรือหญิงล้วน

 

อนุบาล3ปี ในโรงเรียนหญิงล้วน

มีเพื่อนไม่กี่คน แบ๊วๆไปตามประสาเด็กอนุบาล

 

ประถม6ปี ในโรงเรี่ยนหญิงล้วนเดิม

เล่นวิ่งไล่จับ ลิงชิงหลัก จรเข้ แปะแข็ง โดดยาง หมากเก็บ ชุบแลกกระดาษ

มีเพื่อนตั้งแต่ตอนอนบาล แยกห้อง มีเพื่อนใหม่

 

มัธยมต้น3ปี ในโรงเรียนเดิม

เพื่อนสมัยประถมก็ยังอยู่ด้วยกัน เพื่อนใหม่บ้างเก่าบ้างคละกันไป

รุ่นพี่ดูยิ่งใหญ่มากในสายตาของเด็กม.ต้น

 

มัธยมปลาย3 ปี ไม่ย้ายไปไหน

เพื่อนใหม่จากต่างห้อง มารวมกันเป็นห้องเดียว

เพื่อนม.ต้นก็แยกกันไป อยู่ห้องเดียวกันก็มี

เป็นรุ่นพี่แล้ว แต่ไม่ยักกะรู้สึกโต

บางวันยังไปเล่นจานซ้อนจาน(ปลาไหล)ที่สนามหน้าตึกอยู่เลย

 

ปี1 ในรั้วศิลปากร คณะอักษร

กับเพื่อนจากโรงเรียนเก่า4คน

ดีใจมาก

 

ผ่านไป 3 ปี

ยังโสดใสกันถ้วนหน้า!!!

ประเด็นคือไม่ใช่เราคนเดียว! หลายชีวิตยังครองโสด!

 

เกิดอะไรขึ้นคะ?

ผู้หญิงล้นโลกหรือผู้ชายน้อยเกินไป?

ตอนคุณพ่อคุณแม่เจอกันก็อายุประมาณนี้

แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น???

2009โสดล้นโลก!!!

เมื่อคืน ไปเลี้ยงวันเกิดที่ร้านตักสุรามาล่ะ

มีเพื่อนร่วมเกิดเดือนเดียวกันอีก4คน เยอะเนอะ

มีวันที่ 16 17 22 23 24 นี่แค่ในรุ่นนะ

ยังไม่นับเพื่อนที่ม.อีก...

ก็กินๆดื่มๆ แต่ไม่เมา... อาหารอร่อยใช่ได้เลย

ว่างๆก็อยากไปนั่งกินลมชมบรรยากาศที่ร้านนี้เหมือนกันนะ

เจ้าของร้านเขาก็ดูชิวๆดี รู้สึกจะชื่อพี่ต้อยติ่งละมั้ง

ร้านอยู่ในซอยข้างสะพานแถวๆราชเทวี

ถ้าไปรถไฟฟ้าก็ลงราชเทวีฝั่งโรงแรม แล้วเดินไปทางตรงข้ามกับสยาม

จะเจอพวกร้านนวดเท้าไรงี้ เดินผ่านมาสัก4-5ร้านจะเจอซอย

ก็เดินเข้าไปเลย

ร้านบรรยากาศชิวๆ นั่งกินตอนฤดูนี้อากาศดีมากๆๆๆๆ

แต่อย่าลืมพกยากันยุงไปด้วยล่ะ

 

ไฮไลท์ของเมื่อคืนคงเป็นการที่ได้เจอเพื่อนนั่นแหละ

เป็นเรื่องที่ดียิ่งกว่าอะไรทั้งหมดเลยจริงๆ

ต่อให้อาหารไม่อร่อย ร้านไม่หรู

แต่เราก็มีความสุขมากที่ได้เจอกัน แค่นั้นก็พอแล้ว

 

บางทีความห่างเหิน ก็ทำให้เรารู้ว่าคิดถึงกันแค่ไหน

edit @ 22 Nov 2009 20:40:16 by BOBOBA555

กาลครั้งหนึ่งวอนซิน...

posted on 29 Oct 2009 22:05 by boboba555

 

 

กาลครั้งหนึ่ง...

องค์ชายน้อยรูปหล่อ ชเวซีวอน ได้หมั้นหมายกับองค์ชายน้อยรูปงาม คิมฮีชอล

องค์ชายซีวอนตกหลุมรักองคฺ์ชายน้อยคิมฮีชอลตั้งแต่แรกพบสบตากัน

"ฉันชื่อชเวซีวอน ยินดีที่ได้รู้จัก ...?"

"...คิมฮีชอล.."

"คิมฮีชอล..ต่อไปนี้ มาเป็นเจ้าหญิงของฉันนะ"

องค์ชายฮีชอลไม่ตอบอะไรได้แต่หน้าแดงด้วยความเขินแล้วพยักหน้า

 

วันเวลาผ่านไป...

องค์ชายน้อยทั้งคู่ ก็เติบโตขึ้น

เป็นเจ้าชายหนุ่มรูปหล่อ

และพระคู่หมั้นรูปงาม

ทั้งสองสนิทกันมาก

เรียกได้ว่า สนิทกันมากแบบไม่แคร์สื่อ...

(ความจริงก็ไม่ต้องแคร์ใครนิ? เป็นคนในราชวงศ์นี่นา)

จนในที่สุดก็เกิดเป็นความรัก

 

แต่แล้ว...

เจ้าชายซีวอนผู้ทำหน้าที่สืบทอดราชบัลลังก์

ก็ต้องปฏิบัติภารกิจมากมาย

จึกต้องลาจากคู่หมั้นเป็นเวลานาน

 

"ลาก่อน เจ้าหญิงของผม..."

"ผมสัญญาว่าผมจะกลับมา"

 เวลาผ่านไปนานเสียจนเจ้าหญิงชักหวั่นใจว่าเจ้าชายของเขาจะไม่กลับมา

พระคู่หมั้นได้แต่นั่งถอดถอนใจอย่างเดียวดาย

 ขณะนั้นเององครักษ์ฮันกยอง

ผู้คอยเฝ้ามองอย่างเป็นห่วง ก็รู้สึกสงสารยิ่งนัก

 จึงตัดสินใจเดินเข้าไปปลอบใจพระคู่หมั้น

"พระคู่หมั้น ได้โปรดอย่าทำใบหน้าเศร้าหมองเช่นนี้เลยพะยะค่ะ"

 "ฉันเหงา... เมื่อไหร่ซีวอนจะกลับมาล่ะ ฮันกยอง"

"อีกไม่นานองค์ชายก็กลับมาแล้วพะย่ะค่ะ ระหว่างที่รอองค์ชาย

หม่อมฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเองนะพะย่ะค่ะ"

 

"ฮันกยอง..ระหว่างที่ฉันไม่อยู่...นายช่วยดูแลฮีชอลของฉันด้วยนะ"

"พะย่ะค่ะ หม่อมฉันสัญญา"

เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับองค์ชายซีวอน

ผู้เป็นทั้งนายเหนือหัว เพื่อนสนิทและ...

...บุคคลที่เขาแอบรักข้างเดียวตลอดมา

 

แต่แล้ว

ช่วงเวลาที่เจ้าชายไม่อยู่

ก็ทำให้องครักษ์ฮันกยองและพระคู่หมั่นฮีชอล

สนิทสนมกัน

 สนิทกันเสียจนฮันกยองคิดว่านี่คงเป็นรักครั้งใหม่

คิดว่าทั้งเขาและพระคู่หมั้นคงลืมเ้จ้าชายได้แล้ว

 จึงตัดสินใจสารภาพรักกับพระคู่หมั้น

 "ท่านฮีชอล... หม่อมฉันรักพระองค์พะย่ะค่ะ"

"............"

 "ให้หม่อมฉันเป็นผู้ที่ได้อยู่เคียงข้างพระองค์ได้ไหมพะย่ะค่ะ?"

แต่พระคู่หมั้นหาได้รักองครักษ์ไม่ จึงปฏิเสธอย่างถนอมน้ำใจ

ว่าตนเห็นฮันกยองเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่่งเท่านั้น...

 

พระคู่หมั้นตัดสินใจที่จะเดินทางออกจากวังเพื่อหนีความวุ่นวายใจ

ทั้งเรื่องของซีวอนและฮันกยอง

และหันหน้าเข้าสู่วงการโคฟเวอร์เกิร์ลกรุ๊ป!

 

 

ส่วนเจ้าชายซีวอนหลังจากปฏิบัติภารกิจเจร็จเรียบร้อยก็รีบตรงกลับวังทันที

แล้วก็พบว่าเจ้าหญิงของเขาหายตัวไป!!!

เจ้าชายจึงออกตามหาด้วยความร้อนใจ

"ฮีชอล....เจ้าหญิงของผม... คุณอยู่ที่ไหนกัน.."

 

วันแล้ววันเล่าที่เจ้าชายออกตามหาเจ้าหญิงของเขา

จนใบหน้าทรุดโทรม 

และไม่ว่าองครักษ์จะพยายามห้ามปรามเท่าไหร่คำตอบที่ได้ก็มีเพียง

"ไม่ได้หรอก... ฉันต้องตามหาฮีชอล"

 

ทางด้านพระคู่หมั้นฮีชอลก็โหมเต้นโคฟเวอร์

 แต่ไม่ว่าจะเต้นโคฟเวอร์เท่าไหร่ๆ

 ก็ไม่อาจสลัดเรื่องขององค์ชายซีวอนออกจากหัวได้เลย

 

จึงตัดสินใจออกเดินทางกลับวัง

ขณะที่กำลังรีบร้อนเดินทางอยู่นั้น พระคู่หมั้นก็สะดุดล้มลง

ทำให้ข้อเท้าแพลง

พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเงาที่คุ้นเคยอยู่ไกลๆ

จึงฝืนลุกขึ้นยืนมองให้ชัดๆ

แล้วเงานั้นก็ลงจากหลังม้าวิ่งตรงมาที่เขา

ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากองค์ชายซีวอน

 

เจ้าชายซีวอนคุกเข่าลงตรงหน้า

สอดประสานสายตากับเจ้าหญิงของตน

และตัดสินใจเอ่ยถามออกไปด้วยความกล้าๆ กลัวๆ

"กลับมาเป็นเจ้าหญิงของผมอีกครั้งได้ไหมฮีชอล ?"

พระคู่หมั้นใบหน้าแดงก่ำไม่พูดอะไร

แต่ยิ้มทั้งน้ำตาแล้วพยักหน้าตอบแทน

เจ้าชายโผเข้าโอบกอดเจ้าหญิงด้วยความดีใจ

 

แล้วกระซิบเบาๆว่า

"อย่าไปไหนอีกนะ.. เจ้าหญิงของผม"

 

หลังจากนั้นองค์ชายก็สังเกตเห็นข้อเท้าที่เริ่มบวมของเ้จ้าหญิง

จึงให้องค์หญิงขึ้นขี่หลังของตน

 

เมื่อพาองค์หญิงมาถึงม้าแล้ว เจ้าชายก็ส่งตัวเจ้าหญิงขึ้นบนหลังม้า

แล้วพาตัวเองขึ้นซ้อนหลังเพื่อเดินทางกลับวัง

つづく?

แต่งโดย

เด็กหญิง niqueynick และ เด็กหญิง boboba555

edit @ 30 Oct 2009 01:08:03 by BOBOBA555